ปั๊มสุญญากาศ

ปั๊มสุญญากาศ แบ่งตามการหล่อลื่นได้เป็นสองแบบหลักคือแบบใช้น้ำมัน (Oil-lubricated vacuum pump) และแบบไม่ใช้น้ำมัน (Dry vacuum pump หรือ Oil-free) ซึ่งความต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อทั้งความสะอาดของงาน ระดับสุญญากาศที่ทำได้ และค่าดูแลรักษาในระยะยาว

หลายโรงงานเลือกปั๊มสุญญากาศอุตสาหกรรมจากราคาหรือแบบที่เคยใช้อยู่เดิม แล้วมาเจอปัญหาทีหลัง เช่น คราบน้ำมันติดสินค้า หรือต้องหยุดเครื่องเปลี่ยนน้ำมันบ่อยกว่าที่คิด บทความนี้เปรียบเทียบสองแบบให้เห็นชัดๆ ตั้งแต่หลักการทำงาน ข้อดีข้อจำกัด ไปจนถึงงานที่เหมาะกับแต่ละแบบ

ปั๊มสุญญากาศ

ปั๊มสุญญากาศแบบใช้น้ำมัน ทำงานอย่างไร เหมาะกับงานแบบไหน

ในปั๊มสุญญากาศแบบใช้น้ำมัน น้ำมันทำหน้าที่ทั้งหล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ ปิดช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนไม่ให้ลมรั่วย้อน และช่วยระบายความร้อนระหว่างการทำงาน ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในโรงงานคือแบบ Rotary vane

  • ระดับสุญญากาศ ทำสุญญากาศได้ลึกในราคาที่ไม่สูงนัก แบบสเตจเดียวเหมาะกับงานทั่วไป ส่วนแบบสองสเตจทำระดับสุญญากาศได้ลึกกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการความดันต่ำมาก
  • จุดเด่น ต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่า หาอะไหล่และช่างที่คุ้นเคยได้ง่าย และใช้งานต่อเนื่องได้ทนทานเมื่อดูแลถูกวิธี
  • ข้อจำกัดเรื่องไอน้ำมัน ลมที่ปล่อยออกอาจมีละอองหรือไอน้ำมันปน ต้องติดตัวกรองไอน้ำมันที่ท่อไอเสีย และหากมีไอน้ำหรือไอสารเคมีถูกดูดเข้าไปปนในน้ำมัน น้ำมันจะเสื่อมเร็ว ซึ่งต้องจัดการด้วยระบบช่วยไล่ไอ เช่น Gas ballast
  • งานที่ต้องดูแลมากขึ้น ต้องตรวจระดับน้ำมันและเปลี่ยนน้ำมันกับไส้กรองตามรอบ ซึ่งรอบที่เหมาะสมขึ้นกับชั่วโมงใช้งานและสิ่งที่ปนเข้ามาในระบบ

ปั๊มสุญญากาศแบบไม่ใช้น้ำมัน (Dry / Oil-free) ทำงานอย่างไร

ปั๊มสุญญากาศแบบไม่ใช้น้ำมัน หรือที่หลายคนเรียกว่าปั๊มสุญญากาศ oil free ไม่มีน้ำมันอยู่ในห้องอัดที่สัมผัสกับลมหรือก๊าซที่ดูด จึงไม่มีละอองน้ำมันปนออกมากับลมที่ระบาย ชนิดที่พบบ่อยได้แก่ Dry claw, Dry screw, Dry scroll, Diaphragm และ Rotary vane แบบแผ่นเวนคาร์บอน

  • ความสะอาด ลดความเสี่ยงที่น้ำมันจะย้อนกลับเข้าระบบหรือปนไปกับลมที่ระบายออก เหมาะกับงานที่ลมหรือบรรยากาศใกล้ชิดกับสินค้า
  • งานที่ห้ามมีการปนเปื้อน เช่น ห้องแล็บ งานแพทย์ งานประกอบอิเล็กทรอนิกส์ และงานที่ผลิตภัณฑ์ไวต่อคราบน้ำมัน
  • ระดับสุญญากาศขึ้นกับชนิดกลไก ปั๊มแบบ Dry screw และ Dry scroll ทำสุญญากาศได้ลึกใกล้เคียงแบบใช้น้ำมัน ขณะที่ Dry claw และ Diaphragm มักอยู่ในระดับหยาบถึงปานกลาง ควรดูสเปกของรุ่นที่เลือกประกอบ
  • ข้อจำกัด ต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่า และบางชนิดมีชิ้นส่วนสึกหรอเฉพาะตัว เช่น แผ่นเวนของแบบ Dry vane ที่ต้องเปลี่ยนตามรอบ

เปรียบเทียบปั๊มสุญญากาศแบบใช้น้ำมันกับแบบไม่ใช้น้ำมัน

หัวข้อแบบใช้น้ำมันแบบไม่ใช้น้ำมัน (Dry)
ระดับสุญญากาศทำได้ลึก แม้เป็นรุ่นราคาประหยัดขึ้นกับชนิด บางแบบลึกใกล้เคียงกัน บางแบบอยู่ระดับหยาบถึงปานกลาง
การปนเปื้อนมีโอกาสมีไอหรือละอองน้ำมันที่ไอเสีย ต้องมีตัวกรองไม่มีน้ำมันในห้องอัด ความเสี่ยงปนเปื้อนต่ำ
ค่าบำรุงรักษาต้องเปลี่ยนน้ำมันและไส้กรองตามรอบไม่มีค่าน้ำมัน แต่บางชนิดต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนสึกหรอ
อายุการใช้งานยาวนานเมื่อน้ำมันสะอาดและเปลี่ยนตามรอบขึ้นกับชนิดกลไก แบบ Claw/Screw ไม่มีชิ้นส่วนสัมผัสกันจึงสึกหรอน้อย
ต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่าสูงกว่า

ต้นทุนรวมในระยะยาวจึงไม่ได้ดูแค่ราคาเครื่อง แต่ต้องรวมค่าน้ำมัน ค่าไส้กรอง เวลาหยุดเครื่อง และความเสียหายหากเกิดการปนเปื้อนกับสินค้าด้วย

เลือกปั๊มสุญญากาศอุตสาหกรรมตามประเภทของการใช้งาน

อาหารและบรรจุภัณฑ์ งานบรรจุสุญญากาศและ MAP ใช้ได้ทั้งสองแบบ หากใช้แบบน้ำมันควรติดตัวกรองไอน้ำมันและเลือกน้ำมันเกรดที่เหมาะกับงานอาหาร หากลูกค้าหรือมาตรฐานโรงงานไม่ยอมให้มีความเสี่ยงปนเปื้อนเลย แบบ oil free จะอุ่นใจกว่า

  • การแพทย์และห้องปฏิบัติการ มักเลือกแบบไม่ใช้น้ำมัน เช่น Diaphragm หรือ Dry scroll เพราะต้องการลมที่สะอาดและลดการปนเปื้อนกับตัวอย่างหรืออุปกรณ์
  • อิเล็กทรอนิกส์ งานประกอบและงานที่ไวต่อคราบน้ำมันบนชิ้นงานมักเลือกแบบไม่ใช้น้ำมันเพื่อความสะอาด
  • งานผลิตทั่วไป เช่น โต๊ะดูดสุญญากาศของเครื่อง CNC งานขึ้นรูปพลาสติก และงานยกวัสดุ เลือกได้ทั้งสองแบบ ขึ้นกับงบประมาณ ระดับสุญญากาศที่ต้องการ และความสะดวกในการดูแลรักษาของโรงงาน

หากยังไม่แน่ใจว่าหน้างานของคุณควรเลือกแบบไหน ให้ดูจากระดับสุญญากาศที่ต้องการใช้งาน ความเสี่ยงของการปนเปื้อน และทีมบำรุงรักษาพร้อมดูแลน้ำมันหรือไม่ แล้วนำข้อมูลไปคุยกับผู้จำหน่ายอย่าง Siamseimitsu เพื่อเลือกปั๊มสุญญากาศอุตสาหกรรมที่ตรงกับกำลังเครื่อง รูปแบบการใช้งาน และงบประมาณจริง หรือทำความรู้จัก ปั๊มสูญญากาศ (Vacuum Pump) คืออะไร มีกี่ประเภท เลือกใช้อย่างไรในงานอุตสาหกรรม และการดูแลรักษา น้ำมัน Vacuum Pump ต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน

โดยรวมแล้วปั๊มสุญญากาศแบบใช้น้ำมันเหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องการสุญญากาศลึกในต้นทุนเริ่มต้นต่ำ ส่วนปั๊มสุญญากาศแบบไม่ใช้น้ำมันเหมาะกับงานที่ห้ามมีการปนเปื้อนและต้องการลดภาระดูแลน้ำมัน ทั้งนี้ การเลือกปั๊มสุญญากาศก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ปั๊มสุญญากาศแบบไม่ใช้น้ำมันต้องบำรุงรักษาไหม?

ต้อง แม้ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมัน แต่ยังต้องตรวจสภาพตามคู่มือ เช่น ไส้กรองทางเข้า แผ่นเวนของแบบ Dry vane หรือซีลและแบริ่ง ซึ่งรอบดูแลขึ้นกับชนิดของปั๊มและชั่วโมงใช้งาน

งานบรรจุอาหารต้องใช้แบบ oil free หรือไม่?

ไม่ได้บังคับเสมอไป หลายไลน์ใช้ปั๊มแบบน้ำมันร่วมกับตัวกรองไอน้ำมันและน้ำมันเกรดอาหารได้ แต่หากมาตรฐานของโรงงานหรือลูกค้าต้องการตัดความเสี่ยงปนเปื้อนทั้งหมด การใช้ปั๊มสุญญากาศ oil free จะตอบโจทย์กว่า

ปั๊มสุญญากาศแบบใช้น้ำมันกับแบบไม่ใช้น้ำมันแบบไหนทำสุญญากาศได้ลึกกว่า?

ขึ้นกับชนิดของปั๊ม แบบน้ำมันสองสเตจมักลึกกว่ามากในราคาที่ถูกกว่า ส่วนแบบ Dry บางชนิดอย่าง Screw และ Scroll ทำได้ใกล้เคียงกัน แต่ Claw และ Diaphragm จะอยู่ในระดับหยาบกว่า

ปั๊มสุญญากาศแบบใช้น้ำมันต้องเปลี่ยนน้ำมันบ่อยแค่ไหน?

ขึ้นกับชั่วโมงใช้งานและสภาพที่ปั๊มเจอ หากมีไอน้ำหรือฝุ่นปนมา น้ำมันจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ ควรเทียบตามคู่มือผู้ผลิตและสังเกตสีหรือความขุ่นของน้ำมันเป็นระยะ

ปั๊มสุญญากาศอุตสาหกรรมต้องดูสเปกอะไรบ้างก่อนซื้อ?

ควรดูระดับสุญญากาศสูงสุด อัตราการดูด (ลิตรหรือลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง) ชนิดของงานและสิ่งที่ถูกดูดเข้ามา กำลังมอเตอร์ และรอบการบำรุงรักษาที่ทีมของคุณรองรับได้