ตัวกรองฝุ่นในระบบลมอัดคืออะไร

ตัวกรองฝุ่น ในระบบลมอัดคืออุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในไลน์ลมเพื่อดักฝุ่น สนิม และอนุภาคแข็งที่ปนมากับลมอัด ก่อนลมจะไปถึงเครื่องจักร เครื่องมือลม หรือสินค้าที่สัมผัสกับลมโดยตรง ฟังดูคล้ายฟิลเตอร์กรองฝุ่นที่ใช้ในบ้าน แต่ตัวกรองฝุ่นอุตสาหกรรมถูกออกแบบมาให้รับแรงดันสูงและทำงานต่อเนื่องในโรงงาน จึงมีหลักการเลือกที่ต่างกันพอสมควร

ปัญหาที่พบบ่อยคือหลายโรงงานเลือกตัวกรองฝุ่นลมอัดจากขนาดท่อหรือราคาเป็นหลัก โดยไม่ได้ดูว่าลมที่ผลิตได้ปนฝุ่นแบบไหน และงานปลายทางต้องการลมสะอาดระดับใด บทความนี้จะไล่ให้เห็นตั้งแต่ที่มาของฝุ่น ประเภทของตัวกรอง ความหมายของระดับไมครอน ไปจนถึงลำดับการติดตั้งและรอบเปลี่ยนไส้กรองฝุ่น

ตัวกรองฝุ่นในระบบลมอัดคืออะไร

ตัวกรองฝุ่นอุตสาหกรรมต่างจากแบบที่ใช้ในบ้านอย่างไร

ทำงานภายใต้ความดันสูง ลมอัดในโรงงานทั่วไปอยู่ราว 6-8 bar ตัวเรือนของตัวกรองฝุ่นจึงต้องเป็นโลหะหรือวัสดุที่ทนแรงดันได้ ต่างจากฟิลเตอร์ในเครื่องฟอกอากาศหรือแอร์ที่กรองอากาศความดันปกติ

กรองเพื่อปกป้องเครื่องจักรและสินค้า เป้าหมายคือไม่ให้ฝุ่นไปสึกกร่อนวาล์ว กระบอกลม หรือปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เพื่อความสบายของคนในห้อง

 ต้องคุมแรงดันตกให้ต่ำ ฟิลเตอร์ที่กรองละเอียดแต่ทำให้ลมตกมากจะทำให้เครื่องอัดลมกินไฟเพิ่มโดยไม่จำเป็น

 มีแผนบำรุงรักษาชัดเจน ไส้กรองฝุ่นต้องเปลี่ยนตามรอบหรือตามค่าแรงดันตก ไม่ใช่ใช้จนกว่าจะพัง

ฝุ่นในระบบลมอัดมาจากไหน

หลายคนคิดว่าฝุ่นในระบบลมอัดมาจากอากาศภายนอกอย่างเดียว ความจริงแล้วมีต้นกำเนิดหลายจุดตลอดเส้นทางลม

  • ฝุ่นจากอากาศที่เครื่องอัดลมดูดเข้ามา แม้จะมีไส้กรองอากาศที่ทางเข้าเครื่องอัดลมแล้ว อนุภาคขนาดเล็กมากบางส่วนก็ยังหลุดผ่านเข้ามาได้
  • สนิมและตะกรันจากท่อลม ท่อเหล็กที่มีความชื้นสะสมมักเกิดสนิมจากด้านใน แล้วหลุดเป็นเศษปนไปกับลม ยิ่งระบบเก่าเท่าไหร่ยิ่งพบมาก
  • เศษสึกหรอและผงจากอุปกรณ์ในระบบ เช่น เศษจากชิ้นส่วนภายในเครื่องอัดลม และผงสารดูดความชื้นจากเครื่องทำลมแห้งแบบ Desiccant
  • เมื่อฝุ่นเหล่านี้หลุดไปถึงหน้างาน ผลกระทบจะเห็นได้ชัดในหลายจุด
  • เครื่องจักรและอุปกรณ์ลม วาล์วและกระบอกลมสึกเร็วขึ้น เครื่องมือลมประสิทธิภาพตก และมีโอกาสหยุดซ่อมบ่อยขึ้น
  • งานพ่นสี อนุภาคฝุ่นหรือหยดน้ำมันที่ปนมากับลมทำให้ผิวสีเป็นเม็ดหรือเกิดตำหนิ ต้องพ่นซ่อมซ้ำ
  • สินค้าและบรรจุภัณฑ์ ลมที่สัมผัสอาหาร ยา หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โดยตรงอาจทำให้สินค้าปนเปื้อนจนไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพ

ตัวกรองฝุ่นลมอัดมีกี่ประเภท

ตัวกรองในไลน์ลมอัดแบ่งใหญ่ๆ ได้เป็นกลุ่ม Particulate filter ที่เน้นดักฝุ่นและอนุภาคแข็ง กับ Coalescing filter ที่เน้นดักละอองน้ำมันและน้ำ ซึ่ง Particulate filter ยังแบ่งต่อเป็นแบบหยาบและแบบละเอียด

ประเภทการกรองระดับการกรองใช้เมื่อไหร่
Particulate filter แบบหยาบฝุ่นเม็ดใหญ่ สนิม ตะกรันราว 5 ไมครอนขึ้นไปเป็นด่านแรกในไลน์ลม ปกป้องอุปกรณ์ที่อยู่ถัดไป
Particulate filter แบบละเอียดฝุ่นและอนุภาคแข็งขนาดเล็กราว 1 ไมครอนลงมางานอัตโนมัติ วาล์ว กระบอกลม และหลังเครื่องทำลมแห้งแบบ Desiccant
Coalescing filter (ฟิลเตอร์ดักน้ำมัน)ละอองน้ำมันและน้ำ พร้อมอนุภาคละเอียดราว 0.01-1 ไมครอนงานพ่นสี บรรจุภัณฑ์ และจุดที่ห้ามมีน้ำมันปนเปื้อน

ระดับการกรองในตารางเป็นช่วงโดยทั่วไป ผู้ผลิตแต่ละยี่ห้ออาจตั้งชื่อเกรดและตัวเลขต่างกันเล็กน้อย จึงควรดูสเปกจริงของรุ่นที่เลือก

จุดที่คนมักสับสนคือ Coalescing filter ถูกออกแบบมาเพื่อรวมละอองของเหลวให้เป็นหยดใหญ่แล้วระบายออก ส่วน Particulate filter ถูกออกแบบมาดักอนุภาคแข็งในลมแห้ง หากหลังเครื่องทำลมแห้งแบบ Desiccant มีแต่ผงฝุ่นและไม่มีละอองน้ำมัน ควรใช้ตัวกรองฝุ่นแบบ Particulate เป็นหลัก ไม่ใช่เลือก Coalescing เพียงเพราะกรองได้ละเอียดกว่า

ไมครอน (micron หรือ µm) หมายความว่าอะไร และเลือกระดับไหนดี

ไมครอน (micron หรือ µm) คือหน่วยของระดับการกรองหนึ่งในพันของมิลลิเมตร เพื่อให้เห็นภาพ เส้นผมมนุษย์มีขนาดราว 50-100 ไมครอน ส่วนฝุ่นที่ตามองเห็นได้เริ่มที่ประมาณ 40 ไมครอน ตัวเลขไมครอนบนฟิลเตอร์ยิ่งต่ำ แปลว่ากรองอนุภาคเล็กได้ละเอียดขึ้น

ระดับการกรองเหมาะกับงานแบบไหน
ราว 5 ไมครอนเครื่องมือลมทั่วไป ลมเป่าทำความสะอาด งานที่ไม่ต้องการลมสะอาดมาก
ราว 1 ไมครอนระบบอัตโนมัติ วาล์ว กระบอกลม และเป็นตัวกรองหลังเครื่องทำลมแห้ง
ราว 0.01-0.1 ไมครอน (ร่วมกับ Coalescing)งานพ่นสีคุณภาพสูง บรรจุภัณฑ์อาหารและยา อิเล็กทรอนิกส์ และจุดที่ลมสัมผัสสินค้า


ทั้งนี้ ความละเอียดมากกว่าจะยิ่งกรองได้ละเอียดมากขึ้น แต่แรงดันตกก็ยิ่งสูงและต้นทุนไส้กรองก็สูงตาม วิธีที่นิยมคือกรองเป็นขั้นๆ โดยใช้ตัวกรองหยาบเป็นด่านแรก แล้วค่อยตามด้วยตัวกรองละเอียดเฉพาะจุดที่ต้องการลมสะอาดจริงๆ และหากต้องระบุคุณภาพลมให้ชัดเจน ให้อ้างอิงมาตรฐาน ISO 8573-1 ที่แบ่งระดับความบริสุทธิ์ของลมอัดตามปริมาณอนุภาค น้ำ และน้ำมัน

วิธีเลือกและติดตั้งตัวกรองฝุ่นในไลน์ลม

ลำดับการติดตั้งที่นิยมใช้ในโรงงานทั่วไปเรียงจากต้นทางไปปลายทางได้ดังนี้

  1. เครื่องอัดลมและถังเก็บลม ลมที่ออกจากเครื่องอัดลมยังร้อนและชื้น ถังเก็บลมช่วยพักลมและแยกน้ำส่วนหนึ่งออก
  2. ตัวกรองก่อนเครื่องทำลมแห้ง (Pre-filter) ช่วยดักละอองน้ำมันและน้ำปริมาณมาก ป้องกันไม่ให้เครื่องทำลมแห้งเสียหายหรือประสิทธิภาพตก
  3. เครื่องทำลมแห้ง ลดความชื้นในลมเพื่อกันสนิมและน้ำขังในท่อ
  4. ตัวกรองหลังเครื่องทำลมแห้ง (After-filter) หากใช้เครื่องทำลมแห้งแบบ Desiccant ต้องมีตัวกรองฝุ่นแบบ Particulate ตามหลัง เพื่อดักผงสารดูดความชื้นที่หลุดออกมา
  5. ตัวกรองที่จุดใช้งาน ติดเพิ่มเฉพาะจุดที่ต้องการลมสะอาดกว่าปกติ เช่น ห้องพ่นสี หรือเครื่องบรรจุ

ส่วนเรื่องแรงดันตกและรอบเปลี่ยนไส้กรอง มีหลักที่ควรจำไว้ดังนี้

  • เลือกขนาดตัวกรองจากอัตราไหลสูงสุด ไม่ใช่เลือกจากขนาดท่ออย่างเดียว เพราะตัวกรองที่เล็กเกินไปจะทำให้แรงดันตกตั้งแต่วันแรก
  • แรงดันตกทุก 1 bar กินไฟเพิ่มราว 7% ตามตัวเลขที่ผู้ผลิตเครื่องอัดลมรายใหญ่ใช้อ้างอิง ไส้กรองที่อุดตันจึงเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นในบิลค่าไฟ
  • ติดเกจวัดแรงดันตกคร่อมตัวกรอง ช่วยให้เห็นแนวโน้มการอุดตัน แต่ไม่ควรดูเกจอย่างเดียว เพราะไส้กรองที่เสื่อมสภาพอาจกรองได้แย่ลงโดยที่แรงดันตกยังไม่เปลี่ยนชัดเจน
  • เปลี่ยนไส้กรองอย่างน้อยปีละครั้ง หรือถี่กว่านั้นในโรงงานที่ฝุ่นเยอะ และเปลี่ยนทันทีเมื่อแรงดันตกเกินค่าที่ผู้ผลิตกำหนด

หากกำลังมองหาตัวกรองฝุ่นอุตสาหกรรมสำหรับระบบลมอัดของโรงงาน ลองเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ก่อนคุยกับผู้จำหน่ายอย่าง Siamseimitsu คือ แรงดันใช้งาน อัตราไหลสูงสุด ชนิดของเครื่องทำลมแห้งที่ใช้อยู่ และคุณภาพลมที่งานปลายทางต้องการ ข้อมูลเพียงสี่อย่างนี้ช่วยให้เลือกไส้กรองฝุ่นและความละเอียดการกรองได้ตรงกับหน้างานมากขึ้น โดยไม่ต้องจ่ายเกินความจำเป็น

สรุปแล้ว ตัวกรองฝุ่นลมอัดที่ดีไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขไมครอนต่ำที่สุด แต่วัดจากการเลือกประเภทให้ตรงกับชนิดของสิ่งปนเปื้อน วางลำดับในไลน์ลมให้ถูกต้อง และดูแลเปลี่ยนไส้กรองตามรอบ เพื่อให้ได้ลมที่สะอาดพอกับงานโดยไม่ทำให้แรงดันตกและค่าไฟสูงเกินจำเป็น

Tel : 082 – 721 – 5566

ซื้อสินค้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตัวกรองฝุ่นควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนไส้กรองอย่างน้อยปีละครั้ง หากโรงงานมีฝุ่นมากหรือใช้งานหนักควรเปลี่ยนถี่ขึ้น และควรเปลี่ยนทันทีเมื่อแรงดันตกคร่อมตัวกรองเกินค่าที่ผู้ผลิตกำหนดตามคู่มือของรุ่นนั้น

ตัวกรองฝุ่นกับฟิลเตอร์ดักน้ำมันต่างกันอย่างไร?

ตัวกรองฝุ่น (Particulate) ดักอนุภาคแข็ง เช่น ฝุ่นและสนิม ส่วนฟิลเตอร์ดักน้ำมัน (Coalescing) ดักละอองน้ำมันและน้ำโดยรวมให้เป็นหยดใหญ่แล้วระบายออก ระบบส่วนใหญ่ใช้ทั้งสองแบบต่อกันตามลำดับที่เหมาะสม

ไส้กรองฝุ่นที่ตันแล้วล้างหรือเป่าแล้วใช้ซ้ำได้ไหม?

ไส้กรองลมอัดส่วนใหญ่ออกแบบให้เปลี่ยนใหม่ ไม่แนะนำให้ล้างหรือเป่าซ้ำ เพราะประสิทธิภาพการกรองอาจลดลงโดยมองไม่เห็น ยกเว้นผู้ผลิตระบุชัดเจนว่าไส้กรองรุ่นนั้นทำความสะอาดได้

ติดตั้งตัวกรองหลายชั้นแล้วลมจะตกมากไหม?

แต่ละชั้นมีแรงดันตกในตัวเอง แต่ถ้าเลือกขนาดตัวกรองรองรับอัตราไหลสูงสุดและเปลี่ยนไส้ตามรอบ แรงดันตกรวมจะอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และคุ้มกว่าปล่อยให้ฝุ่นทำให้เครื่องจักรเสียหาย

งานพ่นสีควรใช้ตัวกรองฝุ่นละเอียดระดับไหน?

งานพ่นสีมักใช้ตัวกรองหลายขั้นต่อกัน ทั้งแบบ Particulate และ Coalescing ระดับละเอียด เพื่อดักทั้งฝุ่นและละอองน้ำมัน ระดับที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสเปกของผู้ผลิตสีหรือเครื่องพ่น ซึ่งควรตรวจสอบก่อนเลือกรุ่น