เครื่องดูดความชื้น

หลายคนได้ยินทั้งคำว่า “เครื่องดูดความชื้น” “เครื่องขจัดความชื้น” และ “Dehumidifier” แล้วไม่แน่ใจว่าเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวกันหรือไม่ ความจริงแล้วทั้งสามคำนี้หมายถึงอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน เพียงแต่เป็นคำเรียกที่ต่างกันตามความนิยมของแต่ละวงการ บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่หลักการทำงาน ประเภท ปัญหาความชื้นที่พบบ่อยในโรงงานและคลังสินค้า ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับหน้างานจริง

เครื่องดูดความชื้น คือ

เครื่องดูดความชื้น (Dehumidifier) กับเครื่องขจัดความชื้น คืออะไร? ต่างกันไหม?

เครื่องดูดความชื้น เครื่องขจัดความชื้น หรือ Dehumidifier คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ดึงความชื้นออกจากอากาศในพื้นที่ปิด เพื่อควบคุมค่าความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งาน หลักการทำงานพื้นฐานคือการดูดอากาศชื้นเข้าเครื่อง ผ่านกระบวนการแยกความชื้นออกจากอากาศ ก่อนปล่อยอากาศแห้งกลับออกสู่พื้นที่ ส่วนความชื้นที่แยกออกมาจะถูกควบแน่นเป็นหยดน้ำและระบายทิ้งผ่านท่อหรือถังพักน้ำ

ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ราว 70-85% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงกว่าหลายประเทศในเขตหนาว ทำให้พื้นที่ปิดที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกอย่างโรงงาน คลังสินค้า หรือห้องเก็บของ มีความเสี่ยงเรื่องความชื้นสะสมสูงตามไปด้วย เครื่องดูดความชื้นจึงกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่หลายอุตสาหกรรมต้องมีติดตั้งไว้ประจำพื้นที่

ประเภทของเครื่องดูดความชื้น มีแบบไหนบ้าง?

เครื่องดูดความชื้นแบ่งตามหลักการทำงานได้ 3 กลุ่มหลัก แต่ละแบบเหมาะกับสภาพงานที่ต่างกัน ดังนี้

  • แบบคอมเพรสเซอร์ (Refrigerant Type) ทำงานคล้ายเครื่องปรับอากาศ โดยดูดอากาศผ่านแผงคอยล์เย็นเพื่อควบแน่นความชื้น เหมาะกับพื้นที่ที่มีอุณหภูมิปกติถึงค่อนข้างสูง ให้ปริมาณการดูดความชื้นต่อชั่วโมงสูง จึงเป็นแบบที่นิยมใช้ในโรงงานและคลังสินค้าทั่วไปมากที่สุด
  • แบบสารดูดความชื้น (Desiccant Type) ใช้สารดูดความชื้นอย่างซิลิกาเจลหรือโรเตอร์ดูดซับความชื้นแทนการควบแน่นด้วยความเย็น ทำงานได้ดีแม้ในพื้นที่อุณหภูมิต่ำหรือค่าความชื้นต้องการต่ำมากเป็นพิเศษ จึงเหมาะกับห้องเก็บสินค้าที่ต้องควบคุมความชื้นเข้มงวด เช่น คลังยา หรือคลังอิเล็กทรอนิกส์
  • แบบเมมเบรน (Membrane Type) ใช้เยื่อเมมเบรนคัดกรองโมเลกุลน้ำออกจากอากาศโดยตรง ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวมาก บำรุงรักษาง่ายกว่า แต่ปริมาณการดูดความชื้นต่อรอบมักน้อยกว่าสองแบบแรก จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความชื้นคงที่ต่อเนื่องในปริมาณไม่มาก มากกว่างานที่ต้องลดความชื้นปริมาณสูงในเวลาสั้น

เครื่องดูดความชื้นใช้ในบ้าน กับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ต่างกันอย่างไร?

แม้จะเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน แต่สเปกและรูปแบบการใช้งานของเครื่องดูดความชื้นในบ้านกับในโรงงานอุตสาหกรรมต่างกันค่อนข้างชัดเจน

หัวข้อใช้ในบ้าน/คอนโดใช้ในโรงงาน/คลังสินค้า
ลักษณะเครื่องเคลื่อนย้ายได้ ตั้งพื้นทั่วไปแบบตั้งพื้น (Stationary) หรือแบบเดินท่อระบายอากาศ
ปริมาณดูดความชื้นหลักลิตรต่อวันหลักสิบถึงหลายร้อยลิตรต่อวัน
รอบการทำงานเปิดเป็นช่วงตามต้องการทำงานต่อเนื่องเกือบตลอดเวลา
การเชื่อมต่อระบบเสียบปลั๊กใช้งานเดี่ยวมักเชื่อมกับระบบระบายน้ำและระบบควบคุมของโรงงาน

ความต่างนี้ทำให้การเลือกเครื่องดูดความชื้นสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมต้องพิจารณาละเอียดกว่าการซื้อเครื่องใช้ในบ้านทั่วไปมาก เพราะต้องรองรับการทำงานต่อเนื่องระยะยาวและพื้นที่ที่ใหญ่กว่าหลายเท่า

ปัญหาความชื้นในโรงงานและคลังสินค้าที่พบบ่อย

ปัญหาความชื้นสูงในพื้นที่ปิดอย่างโรงงานและคลังสินค้าไม่เพียงแค่ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจในหลายด้าน เช่น 

● ผลกระทบต่อสินค้าและวัตถุดิบ สินค้าประเภทกระดาษ สิ่งทอ อาหารแห้ง หรือบรรจุภัณฑ์ มีโอกาสขึ้นราหรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้นเมื่อเก็บในที่ความชื้นสูงต่อเนื่อง

● สนิมและความเสียหายของเครื่องจักร ชิ้นส่วนโลหะและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เสี่ยงเกิดสนิมหรือลัดวงจรง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมชื้น ส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องจักรโดยตรง

● เชื้อราและกลิ่นอับสะสม พื้นที่ปิดที่อากาศไม่ถ่ายเทเป็นแหล่งสะสมเชื้อราได้ง่าย ทั้งกระทบต่อคุณภาพสินค้าและสุขภาพของพนักงานที่ทำงานในพื้นที่นั้น

● งานที่ต้องการความแม่นยำสูง อุตสาหกรรมที่ผลิตชิ้นงานละเอียดอย่างอิเล็กทรอนิกส์หรือชิ้นส่วนแม่นยำ (Precision) ต้องควบคุมความชื้นให้อยู่ในช่วงแคบมาก เพราะความชื้นที่ผันผวนแม้เล็กน้อยก็อาจกระทบคุณภาพชิ้นงานได้

เลือกเครื่องดูดความชื้นให้เหมาะกับหน้างานอย่างไร?

● ขนาดพื้นที่ที่ต้องควบคุมความชื้น พื้นที่กว้างหรือเพดานสูงต้องใช้เครื่องที่มีกำลังดูดความชื้นสูงกว่าห้องขนาดเล็ก

● ค่าความชื้นเป้าหมายที่ต้องการ งานทั่วไปอาจต้องการแค่ลดความชื้นในระดับปกติ แต่งานที่ต้องควบคุมเข้มงวดอย่างคลังยาหรือห้องผลิตชิ้นส่วนแม่นยำ ต้องใช้เครื่องที่รักษาค่าความชื้นให้นิ่งในช่วงแคบได้

● Capacity หรือปริมาณดูดความชื้นต่อวัน (ลิตร/วัน) ควรคำนวณตามขนาดพื้นที่และปริมาณความชื้นที่เข้าสู่ระบบต่อวัน ไม่ใช่เลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

● ความต่อเนื่องของการใช้งาน หากต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ควรเลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานต่อเนื่องระยะยาวโดยเฉพาะ ไม่ใช่รุ่นสำหรับใช้งานเป็นช่วงๆ แบบบ้านพักอาศัย

ปัจจุบันเครื่องดูดความชื้นที่ได้รับความนิยมในภาคอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ ORION จากญี่ปุ่น ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบตั้งพื้น (Stationary type) สำหรับติดตั้งประจำพื้นที่ และแบบเคลื่อนย้ายได้ (Portable type) สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความยืดหยุ่น พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยคำนวณโหลดความชื้นและแนะนำรุ่นให้ตรงกับหน้างานจริงแต่ละแห่ง 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องดูดความชื้น (FAQ)

เครื่องดูดความชื้นกับแอร์เป่าลมเย็นแบบมีโหมดแห้ง ต่างกันอย่างไร?

โหมดแห้งของเครื่องปรับอากาศลดความชื้นได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่ใช่หน้าที่หลักของเครื่อง จึงลดความชื้นได้ไม่แรงและไม่ต่อเนื่องเท่าเครื่องดูดความชื้นโดยเฉพาะ ซึ่งออกแบบมาให้ควบคุมค่าความชื้นได้แม่นยำและต่อเนื่องกว่ามาก

โรงงานขนาดกลางควรเลือกเครื่องดูดความชื้นกี่ลิตรต่อวัน?

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ความสูงเพดาน และค่าความชื้นเป้าหมายที่ต้องการ ควรให้ทีมงานหรือตัวแทนจำหน่ายช่วยคำนวณโหลดความชื้นของพื้นที่จริงก่อนเลือกรุ่น เพื่อไม่ให้ได้เครื่องที่กำลังไม่พอหรือเกินความจำเป็น

เครื่องดูดความชื้นแบบตั้งพื้นกับแบบเคลื่อนย้ายได้ ควรเลือกแบบไหน?

แบบตั้งพื้นเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องควบคุมความชื้นต่อเนื่องระยะยาวในจุดเดิม ส่วนแบบเคลื่อนย้ายได้เหมาะกับพื้นที่ที่มีจุดเสี่ยงความชื้นหลายจุดสลับกัน หรือต้องการความยืดหยุ่นในการโยกย้ายเครื่องไปตามจุดที่มีปัญหา

เครื่องดูดความชื้นต้องบำรุงรักษาบ่อยแค่ไหน?

ควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและตรวจสอบระบบระบายน้ำเป็นประจำทุกเดือน ส่วนการตรวจเช็กระบบคอมเพรสเซอร์หรือสารดูดความชื้นควรทำตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดูดความชื้นให้คงที่

ใช้เครื่องดูดความชื้นแล้วยังไม่ช่วยลดปัญหาสนิมหรือเชื้อรา ควรทำอย่างไร?

ควรตรวจสอบว่าเครื่องมีกำลังเพียงพอกับขนาดพื้นที่จริงหรือไม่ และพื้นที่นั้นมีจุดรั่วซึมของความชื้นจากภายนอกเพิ่มเติมหรือไม่ บางกรณีอาจต้องใช้เครื่องดูดความชื้นร่วมกับการปิดผนึกพื้นที่ให้มิดชิดขึ้นจึงจะเห็นผลชัดเจน

ติดต่อเรา

Tel : 082 – 721 – 5566

ซื้อสินค้า