ในระบบ Compressed Air น้ำคือปัญหาที่วิศวกรโรงงานเจอบ่อย ลมที่ออกจากเครื่องคอมเพรสเซอร์มักมีไอน้ำปะปนอยู่ และเมื่ออุณหภูมิลดลง ไอน้ำเหล่านี้จะควบแน่นกลายเป็นน้ำในท่อหรืออุปกรณ์ปลายทางปัญหานี้อาจทำให้เกิดการกัดกร่อน การปนเปื้อนในกระบวนการผลิต หรือทำให้เครื่องมือ Pneumatic ทำงานผิดพลาด Air Dryer จึงถูกใช้เพื่อลดความชื้นในลมอัด โดยเทคโนโลยีหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรม
ปัญหาน้ำปนในลมอัด ฝันร้ายที่วิศวกรโรงงานรู้ดี
ในระบบ Compressed Air น้ำคือศัตรูที่มองไม่เห็นแต่สร้างปัญหาได้จริง ลมอัดที่ออกจากเครื่องคอมเพรสเซอร์มักมี ไอน้ำปะปนอยู่เสมอ เพราะการอัดอากาศทำให้อุณหภูมิและความชื้นเปลี่ยนสภาพ เมื่ออากาศเย็นลง ไอน้ำเหล่านี้จะกลั่นตัวกลายเป็นน้ำในท่อ ระบบวาล์ว หรือเครื่องจักรปลายทาง
ผลที่ตามมามักเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น
- การกัดกร่อนในท่อและอุปกรณ์ลม
- การปนเปื้อนในกระบวนการผลิต
- การทำงานผิดพลาดของวาล์วหรือเครื่องมือ Pneumatic
นี่คือเหตุผลที่ Air Dryer กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบลมอัด มีหน้าที่ลดความชื้นในลมให้ต่ำพอจนไม่เกิดการควบแน่นในระบบ ซึ่งช่วยทั้งเรื่องคุณภาพสินค้าและอายุการใช้งานของเครื่องจักร
ในอุตสาหกรรมปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ใช้กันมากที่สุดมีสองแบบ ได้แก่
- Refrigerated Air Dryer
- Desiccant Air Dryer
ทั้งสองแบบทำหน้าที่เดียวกัน แต่ใช้วิธีต่างกัน และให้ระดับความแห้งของลมไม่เท่ากัน
เจาะลึกความต่าง Refrigerated VS Desiccant Air Dryer
กลไกการทำงาน
ความแตกต่างระหว่าง Refrigerated Air Dryer และ Desiccant Air Dryer เริ่มตั้งแต่หลักการพื้นฐานของการกำจัดความชื้นในลมอัด โดยระบบหนึ่งใช้การ ลดอุณหภูมิให้ไอน้ำควบแน่นออกมา ขณะที่อีกระบบใช้ สารดูดความชื้นในการจับโมเลกุลน้ำจากอากาศโดยตรง
Refrigerated Air Dryer
ใช้หลักการเดียวกับเครื่องปรับอากาศ คือ ทำให้อากาศเย็นจนไอน้ำควบแน่นออกมา ผ่านระบบทำความเย็นที่เรียกว่า Refrigerant Cycle เมื่ออุณหภูมิของลมลดลง น้ำจะกลายเป็นหยดและถูกแยกออกจากระบบ
วิธีนี้จัดการความชื้นได้ดีในระดับทั่วไป และระบบค่อนข้างเรียบง่าย
Desiccant Air Dryer
ใช้ เม็ดสารดูดความชื้น (Desiccant) เช่น Activated Alumina หรือ Molecular Sieve ดูดซับไอน้ำจากลมอัดผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Adsorption
วิธีนี้ไม่ต้องลดอุณหภูมิ แต่ใช้การจับโมเลกุลน้ำโดยตรง ทำให้สามารถทำลมให้แห้งมากกว่าระบบทำความเย็น
ขีดความสามารถด้านความแห้ง
ความแห้งของลมมักวัดด้วยค่า Pressure Dew Point (PDP) หรือจุดที่ไอน้ำเริ่มควบแน่นภายใต้แรงดัน
โดยทั่วไป
Refrigerated Air Dryer
- Pressure Dew Point ประมาณ +3°C
เพียงพอสำหรับงานอุตสาหกรรมทั่วไป เพราะลมยังมีความชื้นอยู่เล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นเกิดน้ำในระบบถ้าสภาพแวดล้อมปกติ
Desiccant Air Dryer
- Pressure Dew Point -40°C หรือ -70°C
ลมแทบไม่มีไอน้ำหลงเหลืออยู่ เหมาะกับกระบวนการที่ความชื้นเพียงเล็กน้อยก็สร้างปัญหาได้
3 Check-list ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ Air Dryer ให้ตอบโจทย์โรงงาน
1. ประเมินสภาพแวดล้อมหน้างาน
- อุณหภูมิและความชื้นของโรงงานมีผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำในลมอัด
- โรงงานในพื้นที่ร้อนชื้น เช่นเขตร้อน มักมี โหลดความชื้นสูง
- ระบบที่เหมาะสมในยุโรปอาจไม่เหมาะกับโรงงานในเอเชีย
2. ตรวจสอบมาตรฐาน ISO 8573-1
มาตรฐาน ISO 8573-1 ใช้กำหนดระดับคุณภาพของลมอัด เช่น
- ปริมาณน้ำ
- ปริมาณน้ำมัน
- ปริมาณอนุภาค
ก่อนเลือก Air Dryer ต้องรู้ก่อนว่ากระบวนการผลิตต้องการ Class ระดับไหน
3. พิจารณาค่าพลังงานและจุดคุ้มทุน
Air Dryer เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานตลอดเวลา ค่าไฟและการบำรุงรักษาจึงกลายเป็นต้นทุนระยะยาว ระบบที่ถูกกว่าในวันแรกอาจแพงกว่าในระยะยาว หากใช้พลังงานมากหรือบำรุงรักษาซับซ้อน
การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับคุณภาพงานจริง
การเลือกระหว่าง Refrigerated Air Dryer และ Desiccant Air Dryer ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกโรงงาน โดย Refrigerated Dryer มักเหมาะกับงานอุตสาหกรรมทั่วไปที่ต้องการลมแห้งระดับมาตรฐาน ในขณะที่ Desiccant Dryer เหมาะกับกระบวนการที่ความชื้นเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อคุณภาพสินค้า เช่น อุตสาหกรรมยา อาหาร หรือไลน์พ่นสีในอุตสาหกรรมยานยนต์
ในทางปฏิบัติ โรงงานจำนวนมากใช้ ระบบผสม (Hybrid Approach) คือใช้ Refrigerated Dryer สำหรับระบบหลัก และใช้ Desiccant Dryer ในจุดที่ต้องการความแห้งระดับสูง วิธีนี้ช่วยควบคุมทั้งคุณภาพลมและต้นทุนพลังงานได้พร้อมกัน
สำหรับโรงงานที่ต้องการระบบลมอัดที่ออกแบบให้เหมาะกับกระบวนการผลิตจริง ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทำความเย็นอุตสาหกรรมอย่าง Siam Seimitsu ซึ่งทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Air Dryer จาก ORION สามารถช่วยวิเคราะห์โหลดความชื้นและเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของโรงงานได้
Q&A
1. Air Dryer จำเป็นกับระบบลมอัดทุกโรงงานหรือไม่
เกือบทุกระบบลมอัดต้องมี Air Dryer เพราะอากาศที่ถูกอัดจะมีความชื้นสูง หากไม่มีการกำจัด น้ำจะเกิดในท่อและอุปกรณ์ลมได้
2. Pressure Dew Point คืออะไร
Pressure Dew Point คืออุณหภูมิที่ไอน้ำในลมอัดเริ่มควบแน่นเป็นน้ำภายใต้แรงดัน ยิ่งค่าต่ำแสดงว่าลมยิ่งแห้ง
3. Refrigerated Air Dryer เพียงพอสำหรับโรงงานส่วนใหญ่หรือไม่
สำหรับงานอุตสาหกรรมทั่วไป เช่น เครื่องมือ Pneumatic หรือไลน์ผลิตทั่วไป Refrigerated Dryer มักเพียงพอ
4. Desiccant Air Dryer ใช้ในงานแบบไหนมากที่สุด
มักใช้ในอุตสาหกรรมที่ความชื้นต้องต่ำมาก เช่น ยา อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และไลน์พ่นสีรถยนต์
5. การเลือก Air Dryer ควรดูอะไรเป็นอันดับแรก
ควรดู ระดับความแห้งของลมที่กระบวนการผลิตต้องการ ก่อน จากนั้นจึงพิจารณาเรื่องพลังงาน ขนาดระบบ และงบประมาณ.
References
- International Organization for Standardization (ISO) — มาตรฐาน ISO 8573-1: Compressed Air – Contaminants and purity classes
https://www.iso.org/standard/46418.html - Compressed Air & Gas Institute (CAGI) — Compressed Air and Gas Handbook / Air Drying Guide
https://www.cagi.org/assets/documents/pdfs/handbook/Chapter3CompressedAirGasHandbook.pdf - U.S. Department of Energy — Improving Compressed Air System Performance (Industrial Compressed Air Systems Guide)
https://www.eere.energy.gov/manufacturing/tech_assistance/pdfs/compressed_air_sourcebook.pdf
Compressed Air Challenge / DOE Industrial Systems — Compressed Air System Best Practices
https://www.compressedairchallenge.org/data/sites/1/media/library/sourcebook/Improving_Compressed_Air-Sourcebook.pdf
SIAM SEIMITSU CO., LTD. is a subsidiary company from SIRIWAT CORPORATION 1976 CO., LTD. which specializes in ORION products. Siam Seimitsu is a sole distributor in Thailand.