ห้องคลีนรูม (Clean room) หรือที่หลายคนรู้จักกันว่า ห้องปลอดเชื้อ คือห้องสะอาดที่มีการควบคุมปริมาณอนุภาคฝุ่นละอองและสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานห้องคลีนรูมที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องมีการติดตั้งตัวกรองอากาศ (Air Filter) เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกในอากาศที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รวมถึงยังมีการควบคุมปัจจัยสภาวะแวดล้อมสำคัญอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นระดับอุณหภูมิภายในห้องคลีนรูม ระดับเสียง แสงสว่าง ความดัน และระดับความชื้นสัมพัทธ์อีกด้วย เพื่อที่ผู้ประกอบการ และเจ้าของโรงงานสามารถมั่นใจได้ว่าผลผลิตที่ได้จะมีคุณภาพสูง และปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากที่สุด

คุณสมบัติมาตรฐานห้องคลีนรูมที่ดี

  • อุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมต่ออุตสาหกรรมการผลิตแต่ละชนิดต่างมีระดับที่ไม่เท่ากัน ควรกำหนดให้เหมาะสมแต่ละอุตสาหกรรมและประเภทของผลผลิต เพราะอุณหภูมิมีความเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แต่หากไม่มีความสำคัญทางด้านการผลิต ก็ควรกำหนดอุณหภูมิให้อยู่ในมาตรฐานห้องคลีนรูมที่ดี โดยระดับอุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 72 oF (22.2 oC) ± 0.25 oF (0.14 oC)

  • ระดับความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม

โดยปกติแล้วความชื้นสัมพัทธ์ของห้องคลีนรูม ควรอยู่ที่ประมาณ 50 ± 10 % หากความชื้นสัมพัทธ์ไม่ตรงกับมาตรฐานห้องคลีนรูม หรือไม่เหมาะสมกับลักษณะงาน กระบวนการผลิต หรือชนิดผลิตภัณฑ์ อาจทำให้ผลิตภัณฑ์เสียหายได้ เพราะผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีวัสดุที่ดูดความชื้นได้ง่าย ทำให้ขึ้นสนิมและเสื่อมคุณภาพลง

  • ความดันภายในห้องคลีนรูมต้องเป็นบวก

มาตรฐานห้องคลีนรูมต้องมีระดับความดันเป็นบวกเสมอ และมีทางเข้าออกที่มิดชิด ติดตั้งตัวกรองอากาศ (Air Filter) และพัดลมเป่า เพื่อดันลมออกไปไม่ให้สิ่งปนเปื้อนเข้ามาในห้อง สำหรับห้องคลีนรูมที่มีระดับความสะอาดต่างกัน กำหนดให้มีความดันต่างกันอย่างน้อย 0.05 นิ้วน้ำ

  • แสงสว่างและระดับเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานห้องคลีนรูม

หากไม่มีการกำหนดเป็นพิเศษ มาตรฐานห้องคลีนรูมควรมีระดับแสงสว่างที่ 1,080 – 1,620 lux ส่วนเสียงควรพิจารณาตามข้อกำหนดของการใช้งานตามแต่ละห้องคลีนรูม

วิธีควบคุมเพื่อรักษามาตรฐานห้องคลีนรูม

  1. ติดตั้ง Air Filter และระบบป้องกันอนุภาคและสิ่งสกปรกเข้ามาในห้องคลีนรูม

ตัวกรองอากาศ (Air Filter) คือสิ่งสำคัญที่ต้องติดตั้งในทุกห้องคลีนรูม เพื่อตัวกรองอากาศจะได้ช่วยกรองสิ่งสกปรกอนุภาคขนาดเล็กที่เรามองไม่เห็นในอากาศเข้าสู่ห้องคลีนรูม รวมถึงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานห้องคลีนรูม ทุกคนที่เข้ามาใช้งานจะต้องล้างตัวด้วยอากาศ (Air Washer) และสวมชุดพิเศษก่อนเข้าห้องคลีนรูมเสมอ

  1. ป้องกันการก่อให้เกิดสิ่งสกปรกภายในห้องคลีนรูม

นอกจากการติดตั้งตัวกรองอากาศ (Air Filter) ที่มีประสิทธิภาพให้ครอบคลุมกับขนาดพื้นที่ของห้องคลีนรูม เพื่อกรองฝุ่นสกปรกจากภายในและกักเก็บฝุ่นที่เกิดขึ้นภายในเพื่อกำจัดออกสู่ภายนอกแล้ว วัสดุและส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ใช้ในห้องคลีนรูมควรจะต้องไม่ก่อให้เกิดความสกปรกขึ้น รวมถึงพนักงานทุกคนต้องเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และสวมชุดพิเศษในการปฏิบัติงาน

  1. ป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองตามผนังห้องคลีนรูม

อย่างที่เราเน้นย้ำอยู่เสมอว่า ทุกห้องคลีนรูมต้องติดตั้งตัวกรองอากาศ (Air Filter) ไว้ให้ครอบคลุมกับขนาดพื้นที่มาตรฐานห้องคลีนรูม เพราะ Air Filter ไม่เพียงแต่จะกรองฝุ่นละออง สิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าสู่ภายในห้องคลีนรูมเท่านั้น แต่จะช่วยกรองและกักเก็บฝุ่นละอองภายในห้องคลีนรูม เพื่อกำจัดออกสู่ภายนอก ทำให้อากาศภายในห้องคลีนรูมถ่ายเทได้สะดวกด้วย ลดและป้องกันการสะสมฝุ่นละอองตามผนังห้องได้เป็นอย่างดี

  1. การกำจัดสิ่งสกปรกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานห้องคลีนรูม

ไม่เพียงแต่ตัวกรองอากาศ (Air Filter) และเครื่องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ที่ทุกห้องคลีนรูมจำเป็นต้องให้ความใส่ใจเท่านั้น แต่มาตรฐานห้องคลีนรูมที่ดีจะต้องมีระบบการหมุนเวียนอากาศที่เหมาะสมด้วย เพื่อที่จะได้ดูดกรองอากาศ และอนุภาคสิ่งสกปรกปล่อยทิ้งออกสู่ภายนอกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมปริมาณสิ่งสกปรกให้อยู่ในมาตรฐานที่ดีของห้องคลีนรูม

เชื่อว่าคุณผู้อ่านทุกท่านคงจะทราบถึงความสำคัญของ Air Filter และมาตรฐานห้องคลีนรูมที่เหมาะสมต่ออุตสาหกรรมการผลิตแล้วใช่ไหม หากใครที่ต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและมองหาซื้อ Air Filter เพื่อพัฒนาคุณภาพห้องคลีนรูม และควบคุมกระบวนการผลิตสินค้า สามารถซื้อตัวกรองอากาศกับ บริษัท สยาม เซมิตซึ จำกัด เพราะเราเป็นตัวแทนจำหน่าย นำเข้า และให้บริการสินค้าแบรนด์ “ORION” ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ